
วิธีการทดสอบความทนทานของ PCB ในรถยนต์โดยใช้เทคโนโลยีการให้ความร้อนแบบอินฟราเรด
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในรถยนต์สมัยใหม่ต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่รุนแรง ไม่ว่าจะเป็นความร้อนสูงจากห้องเครื่องยนต์ หรือความหนาวเย็นในช่วงฤดูหนาว เพื่อให้มั่นใจว่าอุปกรณ์เหล่านี้จะยังคงทำงานได้ดี เราจึงสร้างอุปกรณ์ให้ความร้อนพิเศษขึ้นมา โดยใช้หลอดไฟอินฟราเรดแบบคลื่นสั้น
เหตุผลที่เลือกใช้อินฟราเรด
เราไม่ใช้เตาอบแบบปกติ เพราะการให้ความร้อนด้วยวิธีนั้นใช้เวลานานมาก แต่การใช้อินฟราเรดนั้นสามารถให้ความร้อนกับพื้นผิวของ PCB ได้โดยตรง ซึ่งช่วยประหยัดเวลาได้อย่างมาก
การปรับระดับความร้อนให้เหมาะสม
เพื่อเลียนแบบสภาพความร้อนที่เกิดขึ้นในห้องเครื่องยนต์หรือภายในรถยนต์ เราต้องควบคุมความหนาแน่นของพลังงานความร้อนให้เหมาะสม เราใช้หลอดไฟฮาโลเจนแบบควอตซ์ที่มีกำลังสูง เพราะสามารถควบคุมระดับความร้อนได้อย่างดี
การควบคุมความร้อนอย่างแม่นยำ
เราใช้คอนโทรลเลอร์ดิจิทัลเพื่อปรับระดับพลังงานความร้อน ทำให้ PCB มีอุณหภูมิตามที่ต้องการ หากอุณหภูมิยังสูงหรือต่ำเกินไป เราก็แค่ปรับระยะห่างระหว่างหลอดไฟกับ PCB เท่านั้น
วัสดุที่ใช้
เราใช้แก้วควอตซ์ที่มีความบริสุทธิ์สูงสำหรับทำหลอดไฟ เพราะแก้วชนิดนี้สามารถทนต่อแรงกระแทกทางความร้อนได้โดยไม่แตก
การเพิ่มประสิทธิภาพ
บางครั้งเราก็เพิ่มสารเคลือบพิเศษลงบนหลอดไฟ เพื่อให้สามารถส่งความร้อนไปยังจุดที่ต้องการได้อย่างแม่นยำ เช่น บริเวณจุดเชื่อมต่อของชิปต่างๆ ส่วนสายเชื่อมต่อนั้น เราใช้สาย R7s หรือ Sk15 ซึ่งเป็นสายมาตรฐาน ดังนั้นเมื่อหลอดไฟเสีย ก็สามารถเปลี่ยนเป็นหลอดใหม่ได้ทันที
ข้อดีของการใช้อินฟราเรด
นี่เป็นวิธีที่รวดเร็วที่สุดในการทดสอบความทนทานของ PCB โดยการให้ความร้อน ช่วยให้การทดสอบใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น
ข้อเสียของการใช้อินฟราเรด
อินฟราเรดมีข้อจำกัดคือต้องมีทัศนวิสัยที่ดี หาก PCB มีตัวเก็บประจุที่สูงหรืออุปกรณ์ระบายความร้อนขนาดใหญ่ ก็จะทำให้เกิดจุดที่มีอุณหภูมิต่ำลง ดังนั้นเราจึงต้องปรับมุมของหลอดไฟให้เหมาะสม เพื่อให้ความร้อนกระจายไปทั่วทุกจุด
เคล็ดลับสุดท้าย
หลอดไฟอินฟราเรดมีการปล่อยพลังงานมาก ดังนั้นตัวเครื่องที่ใช้ในการทดสอบต้องมีระบบระบายอากาศที่ดี เพื่อไม่ให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ควบคุมความร้อนนั้นร้อนเกินไป